แนะนำแท่นชาร์จไร้สายสำหรับทุกอุปกรณ์
ชาร์จโทรศัพท์และแกดเจ็ต

หลายคนมีแท่นชาร์จแต่ยังไม่แน่ใจว่า wireless charger ใช้ยังไง บทความนี้รวมวิธีใช้แท่นชาร์จไร้สายสำหรับมือถือ ตั้งแต่วิธีวางโทรศัพท์ให้ชาร์จติด การเลือกอะแดปเตอร์ที่เหมาะสม ไปจนถึงข้อดีและข้อควรรู้ของการชาร์จไร้สายที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้
Wireless Charger Pad คืออะไร
Wireless Charger Pad คือ แท่นชาร์จมือถือแบบไร้สายชนิดแผ่น (Pad) ที่มีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ สำหรับวางโทรศัพท์ไว้ด้านบนเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ โดยไม่ต้องเสียบสายเข้ากับมือถือเหมือนการชาร์จแบบปกติ
เทคโนโลยีนี้ทำงานผ่านการส่งพลังงานด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ (Electromagnetic Induction) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เรียกว่า Qi ทำให้มือถือที่รองรับมาตรฐานนี้สามารถชาร์จได้ทันทีเมื่อวางบนแท่น เช่น iPhone และ Samsung Galaxy
หลักการทำงานของ Wireless Charger Pad
ภายในแท่นชาร์จจะมี ขดลวด (coil) สำหรับส่งพลังงานไฟฟ้าไปยังขดลวดในมือถือ wireless charger ใช้ยังไง เมื่อวางโทรศัพท์บนแท่น:
- แท่นชาร์จสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
- ขดลวดในมือถือรับพลังงานจากสนามแม่เหล็ก
- พลังงานถูกแปลงเป็นไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่
*กระบวนการนี้เรียกว่า Wireless Power Transfer ซึ่งถูกใช้ในอุปกรณ์หลายชนิด เช่น สมาร์ทโฟน หูฟังไร้สาย และสมาร์ทวอทช์
ความแตกต่างระหว่าง Wireless Charger Pad กับ Wireless Charger Stand
Pad จะเหมาะกับการวางบนโต๊ะทำงาน โต๊ะข้างเตียง หรือพื้นที่เล็กๆ ส่วน Stand จะเหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานมือถือไปด้วยระหว่างชาร์จ
ข้อดีของ Wireless Charger Pad
- ชาร์จได้โดยไม่ต้องเสียบสาย
- ลดการสึกหรอของพอร์ตชาร์จมือถือ
- ใช้งานง่าย แค่วางมือถือก็เริ่มชาร์จ
- โต๊ะดูเรียบร้อย ไม่มีสายระโยงระยาง
Wireless Charger ใช้ยังไง
เสียบสายไฟเข้ากับแท่นชาร์จ
ต่อสาย USB หรือ USB-C จากแท่นชาร์จเข้ากับ Adapter หรือปลั๊กไฟ (บางรุ่นต้องใช้หัวชาร์จที่รองรับ Fast Charge เพื่อให้ชาร์จได้เร็วขึ้น)
วางมือถือบนแท่นชาร์จ
นำมือถือที่รองรับ Wireless Charging มาวางบนแท่น โดยวางให้ ตำแหน่งขดลวดชาร์จตรงกัน (ส่วนมากอยู่กลางเครื่อง)
ตรวจสอบสัญลักษณ์การชาร์จ
หน้าจอมือถือจะแสดง สัญลักษณ์แบตกำลังชาร์จ หรือบางแท่นชาร์จจะมีไฟ LED แสดงสถานะด้วย เพียงเท่านี้มือถือก็จะเริ่มชาร์จอัตโนมัติ
แท่นชาร์จไร้สายที่รีวิวว่าคุ้มค่า
และใช้งานได้กับหลายอุปกรณ์

มือถือรุ่นไหนรองรับ Wireless Charging บ้าง

iPhone รุ่นที่รองรับ Wireless Charging
มือถือของ Apple เริ่มรองรับการชาร์จไร้สายตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา รุ่นที่รองรับ ได้แก่:
- iPhone 8 / 8 Plus
- iPhone X
- iPhone 11 / 12
- iPhone 13 / 14 / 15
iPhone รุ่นใหม่ยังรองรับระบบ MagSafe ซึ่งช่วยให้ชาร์จไร้สายได้เร็วขึ้นและติดกับแท่นชาร์จได้แม่นยำกว่า
Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ Wireless Charging
สมาร์ทโฟนจาก Samsung มีการรองรับฟีเจอร์นี้มานาน โดยเฉพาะรุ่นเรือธง ตัวอย่างรุ่นที่รองรับ:
- Samsung Galaxy S series เช่น S10 / S20 / S21 / S22 / S23 / S24
- Samsung Galaxy Note series
- Samsung Galaxy Z Fold / Z Flip
*บางรุ่นยังมีฟีเจอร์ Wireless PowerShare ที่สามารถใช้มือถือชาร์จอุปกรณ์อื่นแบบไร้สายได้ด้วย
มือถือแบรนด์อื่นที่รองรับ Wireless Charging
Google Pixel เช่น Pixel 5 / 6 / 7 / 8
Xiaomi
Xiaomi Mi / Xiaomi 13 / Xiaomi 14
Huawei
Huawei P series / Huawei Mate series
วิธีเลือกแท่นชาร์จไร้สายให้คุ้มที่สุด
1. มาตรฐานการชาร์จ
เลือกที่รองรับ Qi / Qi2 เพื่อให้ใช้ได้กับมือถือหลายแบรนด์
2. กำลังไฟ (Watt)
10W (ปกติ) / 15W (Fast) / 25W (รุ่นใหม่)
3. จำนวนอุปกรณ์
1-in-1 (มือถือ) / 2-in-1 / 3-in-1 (มือถือ+หูฟัง+วอทช์)
4. ระบบระบายความร้อน
ควรมี Cooling fan หรือ Heat protection
